เกิดมา-คงอยู่-จากไป-ก่อนจากไป

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552

VDO Clipนายกทักษิณ

พลาดไม่ได้ !!! VDO Clipนายกทักษิณ วิเคราะห์ประเทศไทย

วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552

อ.ธีระพลเสนอทางออก

ขอให้ถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงและหรือความเห็นดังต่อไปนี้
ลูกหนี้ที่ 2 เป็นภรรยาของข้าฯ ซึ่งได้จดทะเบียนหย่าไปนานแล้ว
เมื่อปี 2539 ข้าฯ และลูกหนี้ที่ 2 ได้กู้เงินเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ โดยจดทะเบียนจำนองที่ดิน โฉนดเลขที่ 17575 ตำบลหมอนนาง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี และที่ดินโฉนดเลขที่ 47766 - 47796, 47989 - 47996, 48532 ตำบลท่าบุญมี อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรีพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามหมาย ล. 4 - 6 ต่อมา ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ได้ฟ้องลูกหนี้ทั้งสอง ต่อศาลจังหวัดชลบุรี ลูกหนี้ทั้งสองจึงได้ทำสัญญาประนอมยอมความโดยมีเงื่อนไขว่า
หากลูกหนี้ทั้งสองผิดนัดชำระเงินไม่ว่างวดหนึ่งงวดใด ให้บังคับคดีได้ทันที และยินยอมให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำนองออกขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาชำระหนี้จนครบถ้วน หากบังคับจำนองแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ ลูกหนี้ทั้งสองยินยอมให้ยึดทรัพย์สินอื่น ออกขายทอดตลาด เพื่อชำระหนี้จนครบ
แต่คดีนี้เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระ เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ก็มิได้ทั้งหมดออกขายทอดตลาด เพื่อนำเงินไปชำระหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ การฟ้องคดีนี้โดยเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ ยังมิได้ดำเนินการตามคำพิพากษา ตามยอมของศาลจังหวัดชลบุรี
ฟ้องเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ จึงไม่ชอบเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต การที่เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ไม่ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองทั้งหมด จึงเป็นเหตุให้เกิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ทั้ง ๆ ที่ทรัพย์สินดังกล่าว จดทะเบียนจำนองค้ำประกันหนี้ไว้กับธนาคาร
แต่ธนาคารไม่ใช้สิทธิ์ทั้ง ๆ ที่ฟ้องเป็นคดีกับลูกหนี้ตั้งแต่ปี 2543 ในสัญญาประนีประนอมยอมความ ก็ระบุชัดเจนว่า หากลูกหนี้จำเลยผิดนัดชำระหนี้ ก็สามารถยึดทรัพย์สินของลูกหนี้จำเลยชำระได้ แต่ธนาคารก็ไม่ดำเนินการตามสิทธิ ดังนั้นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์จึงไม่มีสิทธิ์เรียกร้องให้ลูกหนี้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มได้อีก
เพราะหนี้จำนวนนี้มีทรัพย์จดจำนองเป็นประกันโดยชัดเจนแล้ว มิใช่กรณีเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ ได้สืบทรัพย์พบและตามยึดในภายหลังได้ การที่เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ในคดีนี้ นำคดีขึ้นมาฟ้องลูกหนี้ ให้เป็นบุคคลล้มละลาย โดยอ้างว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สินนั้น จึงมิใช่เหตุผลที่จะรับฟังได้
เพราะข้อสันนิษฐานว่าจำเลยเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ตามพระราชบัญญัติล้มละลายตามมาตรา 8 นั้น เป็นเพียงเหตุหนึ่งที่กฎหมายให้อำนาจโจทก์ฟ้องลูกหนี้ จำเลยให้ล้มละลายได้เท่านั้น ส่วนการพิจารณาคดีล้มละลาย มาตรา 14 ให้ศาลพิจารณาเอาความจริง ตามที่ได้บัญญัติไว้ ใน มาตรา 9 หรือ มาตรา 10
และที่ศาลจะมีคำสั่ง ให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลาย มิใช่อาศัยแต่ลำพังเพียงข้อเท็จจริง อันเป็นเงื่อนไขตามข้อสันนิษฐาน ของกฎหมายอย่างเดียว
แต่ยังต้องพิจารณาเหตุผลอื่นประกอบ ที่พอแสดงให้เห็นว่า ลูกหนี้จำเลยตกอยู่ในฐานะผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวจริง เพราะการที่จะให้บุคคลล้มละลายนั้นย่อมกระทบถึงสิทธิและเสรีภาพในการดำรงชีวิตตามกฎหมาย ตลอดจนสถานะของบุคคลล้มละลายและสิทธิในทางทรัพย์สินของผู้นั้นโดยตรง
ข้อเท็จจริงแม้ลูกหนี้จะเป็นหนี้ผู้เป็นโจทก์พร้อมดอกเบี้ย ซึ่งมีมูลหนี้เดิมตั้งแต่ศาลมีคำพิพากษา วันที่ 4 ตุลาคม 2543 แต่เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์รอจนกระทั่ง วันที่ 25 มกราคม 2551 จึงได้นำคดีนี้มาฟ้องเป็นคดีล้มละลาย
พฤติการณ์เช่นนี้ ก่อให้เกิดการคิดดอกเบี้ยเรื่อยมา ตั้งแต่ปี 2543 ทำให้ต้นเงินและดอกเบี้ย เมื่อคิดถึงวันฟ้องคดีนี้เป็นจำนวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ ก็มิได้ดำเนินการขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ของลูกหนี้ทั้งหมดทั้ง ๆ ที่ทรัพย์ดังกล่าวจดทะเบียนจำนองไว้กับเจ้าหนี้แล้วจึงมีเหตุที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ล้มละลาย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 ลูกหนี้ทั้งสองเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ จำนวน 1,315,516.74 บาท ตามหมาย ล.1 - 3
ปัจจุบันทั้งสองได้ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ ผู้เป็นโจทก์คงเหลือ ณ.วันที่ 31 พฤษภาคม 2551 จำนวน 543,451.74 บาท ตามหมาย ล.7 และ ล.8 ดังนั้นยอดหนี้ของเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์จึงไม่อาจกำหนดได้แน่นอนและไม่ถูกต้อง
ลูกหนี้ทั้งสองจึงยังเหลือทรัพย์สินที่จดจำนองอยู่กับเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์อีกจำนวนมาก ทั้งหนี้คงเหลือไม่เกิน 1,000,000 บาท จึงไม่ต้องตกเป็นบุคคลล้มละลาย

ลงชื่อ.........................................ผู้ให้ถ้อยคำ
(.......................)

วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

คฑาอ่านการเมือง ปี 2552

http://konthaiuk.com/cgi-bin/smf/index.php?PHPSESSID=bc8510be7ec9a75604e46cbab4bdeb83&board=27.0

ภูมิใจไทยประกาศจุดยืนไม่ช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ภูมิใจไทยประกาศจุดยืนค้านล่ารายชื่อถวายฎีกาช่วย พ.ต.ท.ทักษิณพรรคภูมิใจไทย

28 ก.ค.2552- ภูมิใจไทย ค้านล่ารายชื่อถวายฎีกาช่วย “พ.ต.ท.ทักษิณ” ชี้ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมแจกสติกเกอร์รณรงค์เท่าจำนวนประชาชนไทย

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค สมาชิกพรรค และว่าที่ผู้สมัครพรรค อาทิ
นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรค
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการพรรค
นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
นายมานิต นพอมรบดีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ร่วมกันแถลงจุดยืนคัดค้านการรวบรวมรายชื่อถวายฎีกาและได้ร่วมกันดึงป้ายผ้าขนาดใหญ่มีข้อความระบุว่า "หยุดดึงฟ้าต่ำ หยุดทำหินแตก หยุดแยกประชาชน หยุดล่าชื่อถวายฎีกา" บริเวณด้านหน้าอาคารที่ทำการพรรค

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ กล่าวว่า กรณีที่สมาชิกพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง รวบรวมรายชื่อประชาชนถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ได้มีผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงแล้วว่าเป็นการกระที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

ซึ่งพรรคภูมิใจไทยจะทำทุกวิถีทางที่ไม่ขัดกฎหมายคัดค้านการถวายฎีกา เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และจะให้สมาชิกพรรครณรงค์ให้ข้อมูลความรู้แก่ประชาชนทั่วประเทศว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

"อยากเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ สั่งการให้คณะผู้ที่รวบรวมรายชื่อหยุดดำเนินการทันทีเพื่อแสดงความจริงใจที่ต้องการให้ประเทศไทยมีความปองดองและประชาชนมีความสามัคคี"
นายบุญจง กล่าวว่าพรรคได้จัดทำสติกเกอร์ รณรงค์หยุดการล่าชื่อถวายฎีกา ซึ่งจะทำแจกเท่าจำนวนคนไทยทั้งประเทศ และจะขึ้นคัตเอาต์ขนาดใหญ่ตามจุดสำคัญทั่วกรุงเทพ รวม 4 จุด
เมื่อถามว่า การคัดค้านของพรรคภูมิใจไทย เกรงหรือไม่ว่าจะส่งผลต่อการทำงานของรัฐบาลเพราะเป็นการแสดงชัดว่าไม่เห็นด้วยกับคนเสื้อแดง นายบุญจง กล่าวว่า

ไม่ได้เป็นการแสดงความขัดแย้ง แต่แสดงจุดยืนว่าวิธีการไม่ถูกต้อง และไม่ได้รู้สึกลำบากใจที่ออกมาแสดงจุดยืน เพราะวันนี้เราต้องการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างไรก็ตามการออกมาเรียกร้องเรื่องนี้ไม่ต้องการดำเนินคดีกับประชาชนที่ร่วมลงรายชื่อ เพียงแต่ต้องการบอกว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่สมควร.

สำนักข่าวไทยอัพเดตเมื่อ 2009-07-28 16:11:29

เลือกตั้งใหญ่เมื่อไหร่ ก็ช่วย ๆ กันจำไว้ด้วยครับ

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ย้อนรอยการเมืองไทย

อดิศรเล่าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ปี 2475-2552

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ภาพแต่ละวันที่ผ่านไป

ภาพแต่ละวันที่ผ่านไป
ทำให้ทบทวนชีวิตแต่ละช่วงได้ง่ายขึ้น

pichai

pichai
เกิดมาคงอยู่จากไป
Powered By Blogger

คลังบทความของบล็อก

แต่ละช่วงของชีวิต

รูปภาพของฉัน
ชลบุรี, ภาคตะวันออก, Thailand
เกิดมา คงอยู่ จากไป-ทิ้งสิ่งดี ๆ ก่อนจากไป

ภาพที่เกี่ยวกับที่ดินพิพาท สถานที่ โฉนด เอกสาร

ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ ปี 2506 ถึง ปี 2550

2520 อ.จ.วงเดือน คุณจักรออกไปดำเนินการกับ นายทรงชัย ศิริวรรณ ขอ ธ.เชีย แบ่งแยกที่ดินขณะติดจำนอง เพื่อนำมาทำการแ่บ่งแยกเพื่อให้เป็น ไปตามหนังสือสัญญาฉบับ วันที่ 5 ต.ค.2515 2526 ในขณะนั้นเกิดปัญหาขึ้น 2 ประการ (1) นายทรงชัย เบญจศิิริวรรณ ไม่มีเงินจ่ายค่าแบ่งแยกที่ดินให้ อ.จ.วงเดือน คุณจักร ที่มาของคำว่า "มันไม่ใช่ลูกผู้ชาย" (2) นายทรงชัย เบญจศิริวรรณ ขายโรงเลื่อยให้ นายธนากร(ธวัช) กุลบุศย์ แต่ไม่ได้โอน "ใบอนุญาติประกอบกิจการรอุตสาห์กรรม เลขที่ ต.3827/2526 ทะเบียนโรงงานเลขที่ 34(1)-5/20 ชบ. 2527 ที่มาของ หนังสือสัญญาฉบับลงวันที่ 30 พ.ค.2527 ระบุ นายทรงชัยแจ้งให้ผู้ซื้อโรงเลื่อย นายธวัช กุลบุศย์ ทราบว่า มีสัญญาผูกพันต้องโอนที่ดินให้ อ.จ.วงเดือน คุณจักร เตือนนายธวัชอย่าแต่งเรื่องเพราะมี นายประโยชน์-นายดรงค์ ค้ำคอนายทรงชัยอยู่เป็นอื่นไม่ได้ ถ้ามีเรื่องตามแต่งไว้ว่า นายทรงชัย มีข้อตกลงอื่นใดไว้จริงต้องมีปรากฎในสัญญา 30 พ.ค.2527 แน่นอน ข้อที่ 1 อ.จ.วงเดือน คุณจักร ไปบีบ นายทรงชัย คืนใบอนุญาติ ข้อที่ 2 ในวันโอน(ย้ำวันโอนที่ดิน) นายธวัช จ่ายค่าโอนที่ดิน ข้อที่ 3 ความจริงที่ดินจังหวัดชลบุรีรับเหมาแบ่งแยกไป ไร่ละ 20,000 บาท (จะให้เขียนไปในสัญญาว่าอย่างไร) 2529 นายพิชัย คุณจักร ออกไปตามนายธนากร(ธวัช) กุลบุศย์ ที่โรงเลื่อยไป เจอ นายบุญฤิทธิ์(บุญส่ง) กาญจนพันธ์ "พูดว่าเจ้าของโรงเลื่อยไม่มีเงินจ่าย ค่าแรงลูกน้องจึงต้องขายไม้เอาเงินไปจ่าย" แสดงตัวเหมือนเป็นเจ้าของโรงเลื่อย บอกขายโรงเลื่อย(ที่มาของการตั้งคำถามจากทนายให้ นายธวัช ตอบว่า ใช่ เคยให้ นายบุญฤิทธิ์เช่าโรงเลื่อยนายยธวัชตอบแบบหน้างงๆคงมีคำถามในใจ ว่าเพื่ออะไรวะ(ดูได้จากตอนท้ายการให้ปากคำนายธวัช) ถามดักหน้านายพิชัยหรือ? ถามให้ตอบไว้ในสำนวนทำไม? ที่ไปหาน่ะอยาก เจอตัว นายธนากร(ธวัช) ว่าให้มาตกลงกันก็เท่านั้นเอง 2530 นายพิชัย คุณจักร เป็นอัมพาต ให้นางสมจิตร(สิริกร) คุุณจักร(ภรรยา) ออกตามเรื่องต่อ ไปพัทยาก็ตาม ไปเก็บค่าเช่าก็เจอคำถามแปลก(ใครสอนมา) ขอดูหลักฐานการเป็นเจ้าของ ไม่จ่ายจะว่าอย่างไร (ระยะนั้นอ่านไม่ออก) 2531 มีคนมาบอกว่า เขาเป็นเจ้าของที่ดิน ขอให้นายพิชัย คุณจักร ออกไปดูที่ดิน ด่วนด้วย(ช่วงนั้นมองไปที่นายกฤษดาคนซื้อโรงเลื่อยจากนายธวัช) ลากขา (อัมพาต)มีสิ่งที่ทำได้ในตอนนั้น ออกไปปกป้องสิทธิ์ แสดง ความเป็นเจ้าของ ที่ที่ดินพิพาท เขามาบอกว่า "เขาเป็นเจ้าของที่ดิน ถ้าซื้อจะแบ่งแยกที่ดินและขายให้ทุกห้องที่อาศัยอยู่" บอกกับผู้เช่าที่เป็นผู้หญิง "ถ้าไม่ซื้อจะมาล้อมรั้วที่ดินทั้งหมด" บีบเลยหรือ ถึงพิการ นายพิชัย คุณจักร ก็ต้องออกไปดู ถ่ายเอกสารแจกเรียกผู้เช่าให้มา รวมกันแล้วชี้แจง ใครมาทำอะไร ในที่ดินของเราหรือ -งงว่าถามให้ตอบทำไม-สำนวนให้ปากคำธวัช) 2538 (1)นางแดง เยาวยอด เป็นลูกน้องช่วยขายของหน้าร้าน นายธนากร(ธวัช) กุลบุศย์ 2547 นายบุญฤิทธิ์ กาญจนพันธ์ เป็นลูกน้อง หลงจู๊ อ้างเคยเป็นผู้เช่าโรงเลื่อยจาก นายธนากร(ธวัช)กุลบุศย์ 2548 นายพิชัย คุณจักร เริ่มเจรจา ถูกนายบุญฤิทธิ์ กาญจนพันธ์ หลอกทางโทรศัพท์